เทศน์พระ

ตานา

๒๑ มิ.ย. ๒๕๖๗

ตานา

พระอาจารย์สงบ มนสฺสนฺโต

 

เทศน์พระ วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๗

ณ วัดป่าสันติพุทธาราม (วัดป่าเขาแดงใหญ่ ) ต.หนองกวาง อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

 

เราตั้งใจฟังธรรมะ พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสถิตในหัวใจของคนแล้วมันจะเป็นธรรมโอสถ เป็นสัจธรรมในหัวใจดวงนั้น ถ้าหัวใจดวงนั้นมีสัจธรรม ไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งใดๆ ในโลกนี้เลย

สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง

คำว่า เป็นอนิจจัง ไม่มีสิ่งใดแน่นอนทั้งสิ้น แปรสภาพอยู่ตลอดเวลา

แต่เราเกิดมาแล้ว เราเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามาบวชเป็นพระ เรามาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติในสายทางขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้าในสายทางขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สัจธรรมมีหนึ่งเดียวเท่านั้น

ถ้าสัจธรรมมีหนึ่งเดียวเท่านั้น เราพยายามแสวงหาค้นคว้า แล้วสัจธรรมนี้ สิ่งที่สัมผัสสัจธรรมได้คือหัวใจของสัตว์โลก คือหัวใจของเรานี่แหละ

แล้วหัวใจของเรามันมีกิเลสตัณหาความทะยานอยาก ถ้ากิเลสตัณหาความทะยานอยาก ต้นไม้ต้นเล็กต้นใหญ่ ต้นไม้แต่ละสายพันธุ์มันแตกต่างกันไป ต้นไม้ล้มลุก ไม้ยืนต้น ไม้ที่มีคุณค่า ไม้เบญจพรรณ ไม้ร้อยแปดพันเก้า ไม้นั้นคือสภาวะแวดล้อม แต่ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิต ไม่มีวิญญาณครอง

ใจของเราเป็นสิ่งมีชีวิต จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ นี่เป็นสัจธรรม เรามาศึกษาค้นคว้า ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเรานะ ให้ใจของเรามันเบิกบาน ใจของเรา ดอกบัวตูมให้มันเบ่งบานขึ้นมาท่ามกลางหัวใจ

ดอกบัวตูมๆ บัว ๔ เหล่าๆ ถ้ามันอยู่ใต้น้ำ มันเป็นอาหารของสัตว์ ของเต่า ของปลา ถ้ามันเติบโตขึ้นมา ถ้ามันชูดอกพ้นจากผิวน้ำ มันได้รับแสงอรุณ ได้รับแสงแดด มันจะบาน นี่เป็นสัจจะเป็นความจริงไง อริยสัจมีหนึ่งเดียว แต่มันอยู่ที่จริตนิสัย อยู่ที่อำนาจวาสนา ถ้ามันไม่อยู่ในอำนาจวาสนา เราพยายามของเรา เราจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเรา

เวลาเรามาบวชเป็นพระๆ เราบวชเป็นพระแล้ว สิ่งที่แล้ว สึกหาลาเพศไปนั้นเป็นประเพณีวัฒนธรรม แต่ถ้าเอาจริงเอาจังของเรานะ เราจะฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเราขึ้นมา แต่สุดท้ายแล้ว ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด เขาก็พลัดพรากจากไป

สิ่งที่เป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาในหัวใจของตนแล้ว อริยสัจนะ เอโก ธมฺโม หนึ่งเดียวเท่านั้น หนึ่งเดียว มีอะไรพลัดพรากไปจากหัวใจดวงนี้

หัวใจดวงนี้ที่มันทุกข์มันยากอยู่นี่ มันทุกข์มันยากเพราะกิเลสตัณหาความทะยานอยาก เพราะกิเลสมันครอบงำของมัน แล้วกิเลส สิ่งที่ต้นไม้มันมีหลากหลายสายพันธุ์ กิเลสมันก็มีตัวแปลกประหลาด ตัวมหัศจรรย์ ตัวอ้อยอิ่ง ตัวออเซาะ ตัวฉอเลาะในหัวใจร้อยแปดพันเก้า แล้วอะไรมันแสดงออกล่ะ อะไรมันแสดงออกมาท่ามกลางหัวใจของเราล่ะ ถ้ามันแสดงออกมาท่ามกลางหัวใจของเรา เห็นไหม

เวลาทางโลก ประชาธิปไตยๆ มันเป็นสิทธิเสรีภาพ มันการแสดงออก มันเป็นสิทธิของแต่ละบุคคล

มันก็เป็นสิทธินั่นแหละ แต่มึงมีวาสนาหรือเปล่าล่ะ ถ้าไม่มีวาสนานะ มันเป็นสิทธิ สิทธิอะไรล่ะ สิทธิของอวิชชาใช่ไหม สิทธิของมารใช่ไหม มารจะลากถูลู่ถูกังไปอย่างนี้ใช่ไหม แล้วเอ็งจะชอบหรือ เอ็งพอใจไปกับมารนะ เอ็งให้มารจูงจมูกไปอย่างนี้นะ

ถ้ามีอำนาจวาสนา เราจะฝืน

หลวงตาพระมหาบัวท่านสอนไว้ อย่าให้มี ๑ ถ้ามี ๑ มี ๒ มี ๓ มี ๔ คือมันจะทำ ไม่ให้ทำ มันจะฉุดมันจะกระชากอย่างไร ฝืนไปกับมัน เวลาการฝืนนั้นเป็นของที่ทุกข์ที่ยากมาก การฝืนกิเลสของตนไง การฝืนสิ่งที่มันพอใจ สิ่งที่มันชอบใจ เห็นไหม

เวลาครูบาอาจารย์ของเราท่านธุดงค์ สิ่งใดที่ถูกปาก โยนทิ้งๆ โยนเข้าป่าเลย

ไอ้ของเรา ของที่ไม่ดีแจกคนอื่น ไอ้ของดีๆ จะเก็บใส่บาตรกูไว้ แต่ครูบาอาจารย์โยนทิ้งๆ เลย นั่นฝึกหัด

ไอ้ของนี้มันเพราะอะไร ของนี้ สิ่งที่บิณฑบาตมา เขาใส่บาตรทุกวัน เขาใส่บาตรทุกวันแล้วจิตมันก็พอใจ มันก็ผูกมัดอยู่อย่างนั้นน่ะ ถ้าโยนทิ้งๆ เขาก็ใส่อีก พรุ่งนี้ก็ใส่อีก เขาก็ใส่อีก แต่โยนทิ้ง ไม่ให้มันเลย ไม่ให้กิเลสมันได้เสวยสุขของมันเลย ไม่ให้กิเลสมันพอใจของมันเลย แล้วตามไปๆ ตัวมันอ้วนๆ ตัวมันฟูขึ้นมานะ แล้วจมไปกับมันไง

ถ้าเรามีศรัทธามีความเชื่อในพระพุทธศาสนา ตาอินกับตานาไง ถ้าหัวปลาๆ มันก็เป็นตาอิน มันมีสมอง มันมีอีโก้ มันมีความยึดมั่นถือมั่นของมันไง ถ้าหางปลา หางปลามันคอยทำ มันคอยหางเสือนะ มันชักนำเข้าไปถูกต้องที่ดีงามได้นะ นี่ก็เหมือนกัน หางปลาๆ มันคุมทิศทางของการเดินทางของมันนะ

ถ้ามีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา นี่ตานา เรามีศรัทธามีความเชื่อในพระพุทธศาสนา เราคัดท้ายชีวิตของเรา การฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเราให้มันคงเส้นคงวา ให้มันเข้าสู่สัจธรรมไง

ถ้ามันเข้าสู่สัจธรรมได้ไง สติ ที่มันทุกข์มันยาก ที่มันบีบมันคั้น หยุดหมดล่ะ สติมันก็เป็นสตินะ

เวลานายช่างเขา เวลาเขาซ่อมบำรุงของเขา ปากตาย ไขน็อต นี่ไง ถ้ามันไข มันจะไขให้แน่นหรือจะซ่อมบำรุงคลายให้ออก

สติ ความคิดหยุดหมดล่ะ ปากตายๆ มันจะไข ขันให้แน่นหรือคลายออก ถ้ามีสติสัมปชัญญะของเรา

สิ่งที่ว่ามันรุนแรงขนาดไหน สิ่งที่มันอ้อยอิ่งออเซาะฉอเลาะขนาดไหน นั่นมันเป็นอาการของจิต ถ้าสติมันเท่าทันของมันแล้ว สติ สติมันตัวเล็กๆ สติมันเป็นปากตาย มันเป็นกุญแจเลื่อน มันเป็นกุญแจแหวนที่ไว้ไขหัวน็อต ไขๆ

มันมีสติ มันไขให้แน่น คลายให้ออก แล้วทำให้บำรุงรักษาสิ่งที่มันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมาได้ สติๆ นี่สำคัญ การฝึกหัดถ้ามีสติสัมปชัญญะนะ ทำสิ่งใดแล้วมันก็จะเป็นเข้ารูปเข้ารอย ทำสิ่งใดแล้วมันก็จะเป็นประโยชน์กับเราขึ้นมาได้

นี่ไง ตานาไง ในเมื่อเราไม่ใช่หัวปลา เราเป็นหางปลา ไอ้หัวปลามันมีสติมีปัญญาของมัน มันคิดว่ามันมีปัญญา แล้วมันพยายามจะเอาตัวรอดของมัน มันพยายามสร้างสม บาปกรรมทั้งนั้นน่ะ เพราะว่าอะไร เพราะมันเป็นความเห็นของกิเลส มันเป็นความเห็นของเห็นแก่ตัว เป็นความเห็นกว้านเข้ามาว่าจะเป็นสมบัติของตนไง

ชีวิตนี้มีการพลัดพรากเป็นที่สุด มันมีอะไรเป็นสมบัติของเราที่แท้จริง มีบุญและบาปเท่านั้นที่ติดหัวใจเราไป บุญและบาปมันจะทำคุณงามความดี มันก็เป็นเรื่องอนิจจังเหมือนกัน

เพราะสิ่งในโลกนี้ สรรพสิ่งในโลกนี้เป็นอนิจจัง เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติไง สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา สรรพสิ่งนี้มันเป็นอนัตตาทั้งนั้น สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ธรรมทั้งหลายๆ เป็นอนัตตา

อนัตตาก็นี่ไง กิริยาการกระทำไง แล้วผลล่ะ บาปกรรมเป็นอนัตตาไหม บุญบาปเป็นอนัตตาหรือเปล่า มึงน่ะเต็มหัวใจ ทุกข์เจียนตาย แต่ก็จะทุกข์ต่อ จะทุกข์อีก

นี่ไง นี่คืออวิชชา คือความเป็นเหยื่อของพญามารไง แม้แต่พญามาร ลูกสาวของมาร แล้วลูกหลานของมารมันก็ชักจูงเราไปแล้วแต่อาการ คืออารมณ์เล็กน้อย อารมณ์รุนแรง อารมณ์ต่างๆ มันพร้อมไง กองทัพของมัน ทั้งปู่คืออวิชชา ลูกสาว ๓ คน แล้วมันยังมีลูกมีหลาน เอ็งจะมีอารมณ์อะไร เข้าได้หมดเลย ต้อนได้หมดเลย ต้อนได้ทั้งนั้นน่ะ แล้วก็ยอมจำนนหมดเลย

มีศรัทธาความเชื่อพระพุทธศาสนา เรามีความมั่นคงของเรา หางปลาๆ มันควบคุมทิศทางของการเดินทางของปลานั้นได้ หางปลาๆ พยายามขวนขวายของเราให้เข้าสู่สัจจะความจริงของเราให้ได้

ตานาๆ ถึงมีศรัทธาความเชื่อ ถ้าศรัทธาความเชื่อแล้วฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเรา ให้เป็นความจริงความจังของเรา ถ้ามีอำนาจวาสนา ทำให้เป็นจริงเป็นจังขึ้นมาในหัวใจดวงนี้ ถ้าทำเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาในหัวใจดวงนี้ ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกนะ จิตสงบระงับแล้วนะ สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มี แล้วจิตสงบมีความสุขแล้วนะ มันไม่เสียดายถึงการกระทำใดๆ ทั้งสิ้น

ชีวิตนี้เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ มันจะทุกข์จนเข็ญใจ จะประสบความสำเร็จในชีวิตจะมากน้อยขนาดไหน ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบอกว่า จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะเกิดมานั่งทับกองกระดูกของตน

ดิน สิ่งที่คมแข็งในโลกนี้ ที่เราเกิดตายๆๆ ซากศพที่มันทับไว้ เกิดมานั่งทับกองกระดูกของตน เราเกิดมานั่งทับสิ่งที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะของเรา แล้วเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะได้ทำบุญกุศล ได้ทำสิ่งคุณงามความดี แล้วทำแล้วทำเล่าๆ มันมีอะไร ซ้ำแล้วซ้ำเล่าๆ ของเดิมๆ ทั้งนั้นน่ะ

สิ่งที่ทำแล้วประสบความสำเร็จในชีวิตมากน้อยขนาดไหน มีการกระทำขนาดไหน มันเป็น สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา โลกนี้เป็นอนิจจัง เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะไม่มีต้นไม่มีปลาย เวียนว่ายตายเกิด

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง บุพเพนิวาสานุสติญาณ อดีตชาติได้เกิดมาเท่าไร จุตูปปาตญาณจบสิ้นไหม ไม่มีวันจบสิ้น นี่ไง ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขยไง พระศรีอริยเมตไตรยจะมาตรัสรู้ข้างหน้าไง แล้วมันจะขึ้นต้น ท่ามกลาง ที่สุดตรงไหน เอาตรงไหน วัฏฏะเอาตรงไหน เริ่มต้น ท่ามกลาง ที่สุด เว้นไว้แต่พระโสดาบันครับ ๗ ชาติ เวลาเท้าเหยียบพื้นแล้วเข้าฝั่งนะ นี่ไง สิ่งที่เป็นจริงเป็นจัง มันเป็นจริงเป็นจังเริ่มตั้งแต่ตรงนี้

ฉะนั้น สิ่งที่ไม่เป็นจริงเป็นจังขึ้นมา สิ่งที่ว่าจะประสบความสำเร็จในชีวิต จะมีมากน้อยขนาดไหนนะ เกิดซ้ำแล้วซาก เกิดแล้วเกิดเล่า

แต่ถ้าทำบุญกุศลของตน มีอำนาจวาสนาของตน ฝึกหัด พยายามทำความสงบของใจให้ได้ ถ้าใจสงบระงับแล้ว อะไรมีคุณค่า

ข้อวัตรนะ สิ่งที่ทำ เหงื่อไหลไคลย้อยทั้งนั้นน่ะ แต่มันเป็นการเคลื่อนไหวของธาตุ ๔ เป็นการเคลื่อนไหวด้วยอุดมการณ์

คำว่า “อุดมการณ์” เคารพธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กิจของสงฆ์ กิจ ๑๐ อย่างอยู่ในนวโกวาท นวโกวาท คัดลอกมาจากพระไตรปิฎก พระไตรปิฎกคือธรรมและวินัยของเรา แล้วเราทำบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าๆ จิตใจเราลงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลงธรรมะไง

ลงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่มันยังไม่เป็นสัจจะความจริงในใจของเราไง แล้วถ้าจะเป็นความจริงความจังในหัวใจของเรา เห็นไหม ตานา หางปลา คัดทิศทาง ควบคุมการกระทำในหัวใจ หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธ ใช้ปัญญาอบรมสมาธิให้มันมีความสุขความสงบในใจของตนขึ้นมา

ถ้ามีความสุขความสงบในหัวใจของตนขึ้นมา สิ่งที่โลกเขาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ ประสบความสำเร็จในชีวิตมีมากมีน้อยขนาดไหน นั่นล่ะบุญและบาปจะตกอยู่ในหัวใจดวงนั้น แต่ถ้าเราพยายามพุทโธๆ ปัญญาอบรมสมาธิจนจิตเราสงบระงับได้ นี่ไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มีไง ถ้าจิตมันสงบระงับขึ้นมา มันสงบระงับเข้ามาในคำบริกรรม สงบระงับจากปัญญาอบรมสมาธิ

แล้วสิ่งที่พุทโธและปัญญาอบรมสมาธินั้นคือกิริยา นั้นคืออาการ นี้คือการกระทำ อาการอย่างนี้มันเกิดโดยธรรมชาติของมัน ความรู้สึกนึกคิดคืออาการ แล้วเรามาศึกษา แล้วเรามีศรัทธาในพระพุทธศาสนา

พระพุทธศาสนา เรามีธรรมและวินัยเป็นศาสดาของเรา เราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติตามข้อวัตรๆ นั้นน่ะ ทำเข้ามาให้มาถึงใจของตน

เวลามันใช้พุทโธและปัญญาอบรมสมาธิ นั่นคือกิริยา นั่นคืออาการ อาการนั้นถ้ามันเข้ากับจิต พุทโธๆ พุทโธๆ จนมันคล่องแคล่ว พุทโธๆ แล้วมันรื่นเริง มันอันเดียวกันแล้ว แล้วพุทโธจนพุทโธไม่ได้ นี่เป็นจิตที่เป็นอิสระไง สุขอื่นใดเท่ากับจิตสงบไม่มีไง

เวลาจิตมันสงบระงับขึ้นมา นี่มันจะมีคุณค่า

มีคุณค่าที่ไหน

มีคุณค่าแม้แต่ชีวิตเลย ชีวิตที่มีคุณค่า สิ่งที่มีค่าที่สุดคือชีวิตของคน สิ่งที่มีค่าที่สุดคือสิ่งที่มีชีวิต เพราะความรู้สึกนั้นสัมผัสธรรมะได้

แม้แต่สัตว์ เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านออกธุดงค์ เวลาสุนัขอย่างนี้ เวลาเสืออย่างนี้ เวลาสัตว์ เวลาสัตว์มันเข้าไปเขตอภัยทาน มันจะเลินเล่อ มันปล่อยตัวมันเป็นอิสระ มันไม่ต้องหวาดระแวงเลย

แต่ถ้ามันอยู่ในป่าในเขาของมันนะ มันหลบมันหลีก มันกลัว มันกลัวคน มันกลัวยักษ์ ยักษ์กินหมดเลย แต่ถ้ามันไปอยู่ในวัดนะ มันไปต้อนรับแขกเลยนะ มันไปรับแขก แขกมาเลย นี่เขตอภัยทาน แม้แต่สัตว์มันยังรู้เลยว่าที่ใดปลอดภัย ที่ใดควรไปใช้ชีวิต นี่แม้แต่สัตว์มันยังรู้ใช่ไหม

แต่ของเรา เราเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนา เรามาบวชเป็นพระไง หายใจเข้านึกพุท หายใจออกนึกโธไง เวลาจิตมันสงบระงับเข้ามา ตัวมันเอง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตัวเป็นๆ เราอยากพบองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาก พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน สัมมาสมาธิ จิตสงบระงับเข้ามา นี่เกิดจากอะไร

ตานาๆ เกิดจากศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา เกิดจากอำนาจวาสนาของตน แล้วทำของเราด้วยความจริงใจ ทำของเราด้วยสัจจะ

เวลาเราทำสิ่งใดก็แล้วแต่ ที่เราทำอยู่นี่มันไม่ประสบความสำเร็จ พุทโธเป็นพุทธานุสติไหม เป็น ทำไมมันไม่สงบล่ะ

กิเลสมันแทรกเข้ามา ความอ่อนแอ ความไม่เอาไหน ความทำพลั้งๆ เผลอๆ ทำโดยจริตนิสัย มันไม่มีสัจจะ บัว ๔ เหล่า บัวที่ไม่ทะลึ่งจนพ้นน้ำ อยู่ใต้น้ำมันก็เป็นอาหารของสัตว์ของปลา ถ้าไม่มีสัตว์ ปลามันไม่กิน มันเน่า แช่น้ำจนเน่าจนเสียเลย

นี่ก็เหมือนกัน พุทโธๆๆ พุทโธจนเน่าจนเสีย จนไม่ได้อะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย ถ้ามันไม่ได้ ไม่ได้เพราะอะไร ไม่ได้เพราะอะไร ก็ดูสิ มันไม่ได้เพราะอะไร อ้าว! ทำไมเขาพุทโธได้ พุทโธก็พุทโธเหมือนกัน เขียนตัวเดียวกัน เพียงแต่เขียนสวยกับเขียนหวัดเท่านั้นน่ะ เขียนฝีมือไม่เท่ากัน แต่พุทโธเหมือนกัน เขาก็พุทโธ เราก็พุทโธ

เวลามีศรัทธามีความเชื่อนะ ศรัทธามันก็เกิดจากอำนาจวาสนาของเรานี่แหละ แต่เวลาตามข้อเท็จจริงไง เวลาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพูด เราวาสนาน้อย อายุแค่ ๘๐ ปี แม้แต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังว่าวาสนาน้อย ขนาดวาสนาขนาดนั้นนะ วาสนา ตรัสรู้เองโดยชอบ

ไอ้ของเรา ตู้พระไตรปิฎก นักวิชาการทั้งนั้นน่ะ นักปราชญ์ราชบัณฑิตมันส่องกล้องดูจนกระดาษจะขาดหมดแล้วล่ะ มันมีความรู้ขึ้นมาในใจมันบ้าง ก็ท่องจำมาทั้งนั้นน่ะ

สมาธิเป็นสมาธิสิ ภาวนามยปัญญามันเกิดนะ เวลามรรคมันเคลื่อน ปัญญาที่มันเกิด มันเท่าทันความคิดเราทั้งหมด แล้วมันแยกแยะด้วย เอาความคิดมาตีแผ่ ความคิดทั้งหมดเป็นรูป อารมณ์มันเป็นรูป รูปที่จับต้องได้

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศน์หลานพระสารีบุตรไง อารมณ์ความรู้สึกของเธอต่างๆ ถ้าเธอไม่พอใจอะไรต่างๆ เธอต้องไม่พอใจอารมณ์ความรู้สึกของเธอด้วย เพราะอารมณ์ความรู้สึกของเธอก็เป็นวัตถุอันหนึ่ง

วัตถุเลย ถ้าเขาจับได้ เห็นชัดๆ เลย แล้วปัญญามันแยก รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มันแยกเป็นกองๆ เวลาแยกเป็นกองๆ กองที่มันแยกออกไง มันเหมือนกับเครื่องเล่นไฟฟ้าเลย ถ้ามันชำรุด ไม่มีเสียง ถ้ามันสมบูรณ์ เสียงออกได้ ถ้ามันแยกออกจากกัน มันจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียงขึ้นมาได้อย่างไร

มันแยกเลย มันแยกด้วยอะไร

ภาวนามยปัญญาถ้ามันเห็นไง มันแยกมันแยะของมัน เห็นไหม วิปัสสนาคือการรู้แจ้ง รู้แจ้งในอารมณ์ความรู้สึก รู้แจ้งในสิ่งที่มันเคลื่อนไหว รู้แจ้งที่มันเป็นไปได้ รู้แจ้งที่มันเสวยอารมณ์ รู้แจ้งที่มันคิด รู้แจ้งที่มันทุกข์ รู้แจ้งที่มันแบกมันหาม รู้แจ้งๆ นี่ไง ตานา

หัวปลา ว่ามันฉลาด มันมีแต่อี้โก้ หางปลามันคัดนะ มันทำให้เข้ารูปเข้ารอยนะ เวลามันฝึกหัดไง ตาอินกับตานา เราจะเป็นตานา เรามีศรัทธาความเชื่อพระพุทธศาสนา เราไม่ใช่ผู้ที่เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต ตาอิน แต่เราจะเป็นตานา ตานาจะคัดกรอง พยายามจะทำให้การประพฤติปฏิบัติของเราเข้ารูปเข้ารอย เวลาเข้ารูปเข้ารอย ปัจจัตตัง สันทิฏฐิโกไง

ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันเป็นจริงเป็นจังที่ไหน

มันเป็นจริงเป็นจังที่หัวใจดวงนี้

ตำรับตำรามันก็เป็นทฤษฎี เป็นสารตั้งต้น เป็นให้เราศึกษาค้นคว้า ถ้าบางทีเราคิดได้ลึกซึ้งมากกว่านั้น เป็นสารตั้งต้นที่เอามาให้พิจารณาแยกแยะ แล้วเวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติไง มีศรัทธาความเชื่อพระพุทธศาสนา มั่นคงแข็งแรงของเรา เราทำจริงทำจังของเรา แล้วมีสัจจะด้วย มีสัจจะขึ้นมา มันประพฤติปฏิบัติขึ้นมา

กิริยา เวลาต่างๆ ทิ้งไว้ในโลกนี้ทั้งนั้นน่ะ สายน้ำและเวลาผ่านไปแล้วจบ เอาคืนมาไม่ได้ นี่ไง อายุขัย เวลามันสิ้นชีวิตนี้ไป สิ้นชีวิตนี้ไปจบไหม

สิ้นชีวิตนี้ไป จบภพชาตินี้ไง ไปแล้ว เกิดแล้ว เกิดต่อไปๆ ไม่มีเว้นวรรคครับ เกิดต่อไป เสวยเวรกรรม บาปกรรมของตน เสวยมรรคผลคุณงามความดีของตน ถ้ายังต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะ

ฉะนั้น เวลาอุทิศส่วนกุศลไง ขอให้พบแต่ความสุขความเจริญงอกงามในชีวิตของตน ทำคุณงามความดีของตน แล้วเวลายังมีชีวิตอยู่ ให้ฝึกหัดประพฤติปฏิบัติของเราขึ้นมา เวลาฝึกหัดประพฤติปฏิบัติขึ้นมาให้มันเป็นข้อเท็จจริง

การฝึกหัดมันก็ล้มลุกคลุกคลานตั้งแต่เริ่มต้น การปฏิบัติมันยาก มันยากในคราวเริ่มต้นนี่ เริ่มต้นล้มลุกคลุกคลาน เพราะเราเคยชินกับอารมณ์ความรู้สึกอย่างนี้ไง แล้วเราก็ตู่ไปหมดเลย จิตมันเป็นอย่างนี้ๆๆ

จิตอะไรของมึง ความคิดมึงทั้งนั้นน่ะ อะไรก็เป็นจิต มึงไม่เคยเห็น มึงรู้ได้อย่างไรว่าอะไรเป็นจิต อะไรเป็นจิต อะไรไม่เป็นจิตล่ะ

ถ้าเป็นจิต เวลาฝึกหัด สัมมาสมาธินั่นน่ะ นี่ภวาสวะคือตัวภพ แล้วมีหยาบ มีกลาง มีละเอียดไง เวลามรรค ๔ ผล ๔ มรรค ๔ ๔ คู่ มันยังลึกลับซับซ้อนไปมากมาย ลึกลับซับซ้อนเพราะว่าอะไร

ก็การขุดคุ้ยการแสวงหาไง จิตสงบแล้วถ้ามันจับต้องได้ไง

นี่ไง ที่ว่าลึกลับซับซ้อนๆ จนเอ็งกล่าวตู่ก็แล้วกันล่ะ ไอ้นู่นไอ้นี่ ไอ้นี่ไอ้นั่นน่ะ ตู่ไปหมดน่ะ

ธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ห้ามแก้ไข ห้ามตัดตอนและห้ามเพิ่ม

ไอ้นี่ไปหมดน่ะ พระพุทธเจ้าพูดผิด จารึกมาไม่ตรง ไอ้ความคิดเรามันตรง

เวลากิเลสมามันร้อยแปดพันเก้า ใจเย็นๆ ทดสอบๆ เวลาทดสอบๆ นะ เวลาทำความสงบของใจของเราขึ้นมาได้ มีศรัทธาความเชื่อในพระพุทธศาสนา ตานาเป็นหาง เวลาหางยังไม่โดนเขาตัดทิ้ง ยังไม่ไปติดตาข่ายของใคร ยังไม่ไปโดนใบพัดเรือใครตัดทิ้ง หางเราก็ยังสมบูรณ์ของเรา

สิ่งที่มันเป็นตานาๆ เราก็มีศรัทธาความเชื่อของเรา เราก็ควบคุมการกระทำของเราให้มันดีงามของเราขึ้นมา แล้วฝึกหัดให้มันเป็นสัจจะเป็นความจริงของเราขึ้นมา

เวลามันฝึกหัดสัจจะเป็นความจริงขึ้นมานะ ถ้ามันปล่อยวางได้ มันปล่อยวางคือว่ามันคัดแยกอารมณ์ อามรณ์ฉุนเฉียว อารมณ์โกรธ อารมณ์ไม่พอใจที่มันรุนแรง เห็นไหม หยาบ

อารมณ์ที่ขัดข้องหมองใจ อารมณ์ที่หงุดหงิดไง อารมณ์มันก็มีหยาบ หยาบมันก็เผชิญหน้า มันกระทืบเลย อารมณ์อย่างกลางๆ มันก็ขยี้ อารมณ์ที่มันละเอียดลึกซึ้งไง มันก็ขัดข้องหมองใจ นี่ก็ได้แค่นั้นน่ะ ภาวนาได้แค่นั้นน่ะ ยังไม่เริ่มเป็นจริงเป็นจังเลย

พอมันคัดแยกอารมณ์แต่ละประเภทได้ อู้หูย! ธรรมะพระพุทธเจ้าประเสริฐมาก

โธ่! เอ็งยังไม่ได้ทำสมถกรรมฐานขึ้นมาได้เลย เอ็งหาความสงบความจริงไม่ได้เลย หาความสงบความจริงขึ้นมาไม่ได้ไง นี่ไง อวดอุตตริมนุสธรรมไง ตั้งแต่ฌาน ฌานคือสมาธิ สมาธิ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ อัปปนาสมาธิ

อวดอุตตริมนุสธรรม คือมันเหนือมนุษย์ มันเหนือปุถุชนเรานี่ไง มันเหนืออารมณ์นี่ นี่แค่อารมณ์อย่างหยาบ อารมณ์อย่างกลาง อารมณ์อย่างละเอียด แค่แบ่งแยกอารมณ์ได้ อู้หูย! ธรรมะมันยอดๆ ยอดๆ

เอ็งยังไม่เห็นทำอะไรเลย เอ็งแค่รู้ว่าหยาบละเอียดเท่านั้นน่ะ

แต่ถ้าเราฝึกหัดจนมันสงบระงับเข้ามาได้ ถ้ามันสงบระงับเข้ามาได้ มันมหัศจรรย์ในตัวของมันเอง ถ้ามหัศจรรย์ในตัวของมันเอง

สมาธิแก้กิเลสไม่ได้ๆ แต่มึงอย่าติดสมาธิสิ ทำสมาธิก็ทำไม่เป็นนะ พอเป็นสมาธิ อ๋อ! นิพพานๆ

มันนิพพานอะไรของมึง นิพพานมันต้องมีเหตุมีผลสิ มรรค ๔ ผล ๔ โสดาปัตติมรรค สกิทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค มรรคมันเป็นอย่างไร ถ้ามันดวงใจดวงใดไม่มีมรรค ดวงใจดวงนั้นไม่มีผล

สุภัททะถามพระพุทธเจ้ามาแล้ว ไอ้นู่นก็ว่าดี ไอ้นี่ก็ว่าดี ยอดเยี่ยมไปทั้งนั้นน่ะ

พระพุทธเจ้าบอกว่า สุภัททะอย่าถามให้มากไปเลย ศาสนาไหนไม่มีมรรค ศาสนานั้นไม่มีผล

เราฝึกหัดปฏิบัติไม่มีมรรค ๘ มันจะเอาผลมาจากไหนวะ มันเป็นไปไม่ได้ สร้างอารมณ์ แล้วก็ให้อารมณ์จูงจมูก อารมณ์หยาบ อารมณ์กลาง อารมณ์ละเอียด

เออ! อันนั้นหยาบ มันไม่ดี ของเราดีกว่า เราอย่างกลาง ไอ้อย่างกลาง ไอ้นั่นละเอียดกว่า เขานุ่มนวลกว่าเรานะ อู๋ย! เขาดีกว่าเราอีก

แค่อารมณ์ไง

ตานา ตานาก็ต้องฝึกหัดให้มันเป็นจริงเป็นจังของเราขึ้นมา ตานา อย่าให้กิเลสมันมาชักนำให้มันมาจูงจมูกของเราไป เราถึงจะสัทธาจริต เราก็มีความสัจจะของเราเหมือนกัน เราก็ต้องการคุณงามความดีของเราเหมือนกัน เราต้องการสัจธรรม

เพราะเราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา เกิดเป็นมนุษย์มีสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ เราจะเชื่อสิ่งใด เราจะทำสิ่งใด มันเป็นสิทธิ์ของเรา มันเป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล แล้วสิทธิ์ของแต่ละบุคคลมีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน

ถ้ามีอำนาจวาสนามากน้อยขนาดไหน มันคัดมันแยกของมัน เออ! อย่างนี้ไม่ใช่ ไอ้อย่างนี้ไม่ถูก ไอ้อย่างนี้ไม่สมควรกับเรา ไอ้สมควรกับเรามันยังไม่เกิด กำลังจะฝึกหัดนี่ พยายามจะให้มันเกิด

ถ้ามันเป็นสิทธิ์ของเรา เราก็ต้องมีสติมีปัญญาสิ

มันเป็นสิทธิ์ของเรา เราก็นอนกลิ้งอยู่อย่างนั้นน่ะ ก็หลวงพ่อก็บอกมาสิ ผมจะทำให้ได้เลย

แล้วเมื่อไหร่มึงจะได้วะ

หลวงพ่อบอกมาเลย ผมทำได้ทั้งนั้น หลวงพ่อนี่กั๊กไว้ไม่ยอมบอก

พระพุทธเจ้าบอกมา ๒,๐๐๐ กว่าปีแล้ว แล้วเอ็งทำอย่างไรล่ะ

เวลาทิฏฐิมานะมา บอกมาสิ บอกแล้วรู้เลย ได้เลย

แล้วได้ที่ไหน

เพราะมันมีครูบาอาจารย์หลายองค์ที่มากมายบอกว่า เราศึกษาธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ แล้วตอนนี้เรายังมีกำลังของเรา เราก็อยู่ของเราได้สุขสบาย เราจะไปใช้วิปัสสนาตอนที่ใกล้ตาย ตอนจะตายวิปัสสนาให้เป็นพระอรหันต์เลย

เขาพูดกันอย่างนั้นน่ะ เราฟังแล้วนะ มันภาษาเรานะ มันเศร้า มันเป็นไปได้อย่างไรวะ คนกำลังจะตายมันก็ห่วงไปร้อยแปด ตอนนี้ก็ยังผัดวันประกันพรุ่งไว้ตอนชราคร่ำคร่า พอชราคร่ำคร่า มันเจ็บโอดเจ็บโอย ตอนนี้วัยรุ่นยังดินเหินได้ ออกกำลังกายได้ ทำสิ่งใดก็ได้ แก่เฒ่าขึ้นมา เดินเองยังไม่ได้เลย จะลุกจะนั่งก็ปวดเกือบตาย ตอนนั้นน่ะจะมาภาวนา จะใช้ปัญญาตอนนั้น โอ๋ย! วิปัสสนาชำระล้างเลย

ไอ้นี่กิเลสมันปิดหูปิดตาหลอกขนาดนี้ แล้วก็เอามาสอนกันให้คนเชื่อตามๆ กันไป

เรายังมีสติมีปัญญาอยู่ เรายังมีกำลังอยู่ เราจะทำไมต้องมาหลับหูหลับตาให้มันเสียเวลา เราสนุกเพลินเพลินของเราดีกว่า ถึงเวลาใกล้จะตายแล้วเราก็มาพุทโธๆ แล้วสำเร็จเป็นพระอรหันต์ไปตอนนั้นเลย

จริงหรือวะ แข็งแรงดีงามนี้มันยังภาวนาไม่ได้เลย แล้วเวลามันกำลังจะตาย โอ้โฮ! มันภาวนาดี มันมีที่ไหนในโลก

ที่มันมีอยู่ในพระไตรปิฎก อันนั้นเป็นเพราะว่าพระไปวิเวกอยู่ในป่า แล้วเสือมันมากัดไง เสือมันจะมากิน แต่ด้วยวาสนาของเขานะ มันกินตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นไป ก็ใช้สติใช้ปัญญาเต็มที่ กินเข้าไปๆ จนถึงเอว สำเร็จตอนนั้น สำเร็จท่ามกลางปากเสือ มันก็เป็นผู้มีเวรมีกรรมอย่างนั้น มันถึงได้เป็นอย่างนั้น

เวลาครูบาอาจารย์ที่ท่านสำเร็จในขณะที่สมบูรณ์แบบของท่าน พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ นี่พระอรหันต์ทั้งนั้น ปัญจวัคคีย์พระอรหันต์ทั้งนั้น ชฎิล ๓ พี่น้องบูชาไฟๆ อยู่ มีฤทธิ์มีเดช เอาพญานาคมาอยู่ในโรงไฟของตัวเองได้

องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปพัก จะให้พญานาคฆ่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาพญานาคเอาไว้ในบาตร

“สมณะนี้เก่งเนาะ แต่ไม่เท่าเรา เราเป็นพระอรหันต์ สมณะนี้เก่งเนาะ แต่ไม่เท่าเรา”

ใครน่ะมันมีความสามารถ เก่งทุกคนน่ะ แต่กูเหนือกว่า ตานา หางเสือคัดให้ดี อย่าให้กิเลสมันชักนำไปทางโน้น แล้วศึกษาค้นคว้าของเราเข้ามา ถ้ามันเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันจะเป็นจริงเป็นจังในหัวใจของเรานี่

ชฎิล ๓ พี่น้องเขาบูชาไฟๆ พวกพราหมณ์ยังบูชาไฟอยู่นั่นน่ะ ไฟมันหมุนๆๆ อยู่นั่นน่ะ แล้วก็พิจารณาของเขา กสิณไฟอย่างนี้ มันทำแล้วมันมีฌาน มีสมาบัติไง อวดอุตตริมนุสธรรม แต่อวดอุตตริมนุสธรรม ฌานสมาบัติ มันเป็นโลกียะ มันเป็นเรื่องโลก คำว่า โลก คือมันเป็นกระแส เป็นอภิญญา เกิดดับๆๆ ใครทำแล้วคงที่ตายตัว นี่ไง สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตาไง

เวลาพิจารณาด้วยอนัตตา เวลาพิจารณาเห็นอนัตตา พระไตรลักษณะโดยชัดเจน กาย เวทนา จิต ธรรม กายเป็นกาย จิตเป็นจิต ทุกข์เป็นทุกข์ มันแยก อกุปปธรรมพ้นจาก สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา

สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา คือกุปปธรรม กุปปธรรม สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา สัจธรรมทั้งหลายเป็นกุปปธรรม มีเกิดมีดับโดยธรรมชาติของมัน

อกุปปธรรม ไม่แปรสภาพ คงที่ตายตัว อริยภูมิเท่านั้น อย่างอื่นไม่มี นี่เวลามันเป็นสัจจะเป็นความจริงขึ้นมา แล้วมันเป็นอย่างไร

ธรรมทั้งหลายมาแต่เหตุ เอ็งจะพูดอะไรก็ได้ เอ็งบอกมาว่าเป็นอย่างไร ทำอย่างไร แล้วอยู่อย่างไร เวลามันแปรสภาพ แปรสภาพอย่างไร แปรสภาพจนเป็น เอโก ธมฺโม เอก หนึ่งไม่มีสอง เป็นอย่างไร

นี่ไง ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา มันต้องเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาจากการประพฤติปฏิบัติ ถ้าประพฤติปฏิบัติแล้ว แล้วสิ่งที่สัมผัสได้คืออะไร

คือใจ คือความรู้สึกของคน คือหัวใจของสัตว์โลก หัวใจของสัตว์โลก จิตตภาวนาๆ จิตดวงนั้นได้ฝึกหัดปฏิบัติ แล้วเกิดภาวนามยปัญญาขึ้นมาในจิตดวงนั้น เวลาจักรมันเคลื่อน ภาวนามันหมุน มันติ้วๆๆ มันอยู่ไหน มันเป็นอย่างไร หลับตื่นขึ้นมา ระเบิด ตึ้ม! ไม่มีห่าอะไรเลย เหตุไม่มี ความเป็นไปไม่ได้

ดำริชอบ งานชอบ เพียรชอบ สติชอบ มรรค ๘ สมบูรณ์อย่างไร มัชฌิมาปฏิปทา สมดุลพอดีของมัน มรรคสามัคคี สัมปยุต วิปปยุต สัมปยุต วิปปยุตเข้า สัมปยุต คลายออก เหลืออะไร ใครเป็น ใครตาย ใครอยู่ เป็นขึ้นมาท่ามกลางหัวใจอย่างไร

นี่ตานานะ ตานาๆ ยังมีสติปัญญามากมายขนาดนี้ ตาอินๆ ทำอะไรได้ ตาอินมันอีโก้มากเกินไป นักปราชญ์ราชบัณฑิตมีปัญญามากมายนัก ปัญญากิเลส ปัญญาเห็นแก่ตัว ปัญญาบีบบี้สีไฟ ปัญญาจะเอาชนะคะคานเขา ปัญญาจะเอาตัวเองยิ่งใหญ่ ไม่เหลืออะไรเลย ไม่เหลืออะไรเลย ตายหมดเลย ตายเกลี้ยงเลย

แต่ถ้าเป็นจริงเป็นจังขึ้นมา เวลาเราฝึกหัดประพฤติปฏิบัติคือมันแยกได้ไง เวลาทำความสงบของใจเข้ามาได้ ใจขุดคุ้ยค้นคว้า ขุดคุ้ยค้นคว้าหากิเลสไง ลูกหลานของมัน ฝึกหัดใช้สติใช้ปัญญาแยกแยะของมัน ถ้าแยกแยะของมันนะ เวลามันชำระล้างกิเลสตาย เห็นไหม อะไรเกิด อะไรตาย

ขุดคุ้ยค้นคว้า จับได้ สมาธิจับ ปัญญาแยกแยะ วิปัสสนาแทงทะลุ รู้แจ้ง เวลามันขาด กิเลสตาย

เวลากิเลสตาย นี่มันมีเกิดและมีตาย อะไรเกิดและอะไรตาย

ระเบิด ตึ้ม! ไม่มีอะไรเกิดเลย แล้วไม่เห็นมีอะไรตาย มีแต่ควัน แล้วก็เห็นความพินาศ เห็นแต่วัตถุที่มันโดนทำลาย แล้วอะไรตายวะ

กิเลสเป็นนามธรรมนะ กิเลสไม่อยู่กับวัตถุใดๆ ทั้งสิ้น กิเลสอยู่บนภวาสวะ กิเลสอยู่บนหัวใจ จิตที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะจะเกิดหรือจะตาย จิตมันเกิดและจิตมันตาย กิเลสมันก็ไปกับจิตนั้น ปฏิสนธิจิตไง เกิดในภพในชาติแล้วมันย่อยสลายไปแล้วมันก็ตามไป นี่ไง มีบุญและบาปเท่านั้นที่ติดหัวใจดวงนี้ไป มีเวรมีกรรมของสัตว์เท่านั้นที่ตามจิตดวงนั้นไป

นี่ไง ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไง อำนาจวาสนาบุญญาธิการ ทศชาติ ๑๐ ชาติ ตั้งแต่พระเวสสันดร สร้างสมไง เสียชีวิตจากพระเวสสันดรไปเกิดจุติบนสวรรค์ ถึงเวลาแล้วลงมาเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ

เวลาเกิดเป็นเจ้าสิทธัตถะ วันวิสาขบูชา เวลาออกฝึกหัดประพฤติปฏิบัตินะ เวลาชำระล้างกิเลสจากเจ้าชายสิทธัตถะเป็นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วันวิสาขบูชา เวลาจะสละละชีวิตนี้ไป นี่ไง เกิด ตรัสรู้ ปรินิพพาน ในวันเดียวกัน แต่คนละ พ.ศ. คนละปี แต่เป็นวันข้างขึ้นข้างแรมจันทรคติเหมือนกัน นี่ความเป็นจริงในพระพุทธศาสนา

เราเกิดเป็นมนุษย์ เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ถ้าเป็นตาอินก็เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต อีโก้ความรู้แยะแยะ เป็นตานาก็มีศรัทธาความเชื่อ เป็นหางปลา คัด พยายามคัด พยายามทำให้การประพฤติปฏิบัติของเราให้เข้าสู่มรรคสู่ผล สู่การประพฤติปฏิบัติ นี่ไง อตฺตา หิ อตฺตโน นาโถ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ให้เป็นสัจจะเป็นความจริงของผู้ที่ประพฤติปฏิบัตินั้น ให้หัวใจ

หัวใจของเราเท่านั้นได้สัมผัสไง บุคคล ๔ คู่ โสดาปัตติมรรค สกิทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค ถ้าเป็นข้อเท็จจริง มันจะมีโสดาปัตติผล สกิทาคามิผล อนาคามิผล อรหัตตผล มรรค ๔ ผล ๔ ในการฝึกหัด ในการปฏิบัติ สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑ เอโก ธมฺโม ธรรมอันเอกอยู่ในหัวใจของผู้ที่ประพฤติปฏิบัติประสบความสำเร็จในการกระทำด้วยมรรคด้วยผล เอวัง